เสริมหน้าอกที่เกาหลี
เลือกขนาดและชั้นวางซิลิโคนจากการวัดโครงสร้างหน้าอกจริง ไม่ใช่จากตัวเลข CC เพียงอย่างเดียว
การเสริมหน้าอกคือการผ่าตัดใส่ซิลิโคนเพื่อเพิ่มขนาดและปรับรูปทรงหน้าอก ทำภายใต้การดมยาสลบ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก คือ ขนาดและความนูนของซิลิโคน ชั้นที่วางซิลิโคน และความหนาของเนื้อเยื่อหน้าอกเดิม ที่ UNE ใช้ซิลิโคนแท้ Motiva (รุ่น Ergonomix) และ Mentor แบบทรงกลม และเลือกชั้นวางแบบ Dual Plane หรือใต้ชั้นพังผืดตามสภาพร่างกายแต่ละคน ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันแบบเบาได้ภายใน 1–2 สัปดาห์
เลือกซิลิโคนอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “ควรใส่กี่ CC” แต่ตัวเลข CC เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกผลลัพธ์ ซิลิโคนขนาดเท่ากันจะให้ผลต่างกันมากในคนที่มีความกว้างของฐานหน้าอกต่างกัน
ขนาด (CC)
ขนาดที่เหมาะสมถูกจำกัดด้วยความกว้างของฐานหน้าอกและความยืดหยุ่นของผิวหนัง การใส่ซิลิโคนที่กว้างเกินกรอบร่างกายจะทำให้ขอบซิลิโคนเห็นชัด และเพิ่มแรงดึงต่อเนื้อเยื่อในระยะยาว
ความนูน (Profile)
ซิลิโคนที่มีปริมาตรเท่ากันสามารถทำให้ฐานกว้างแต่นูนน้อย หรือฐานแคบแต่นูนมากก็ได้ ผู้ที่มีอกแคบมักได้ทรงที่สมส่วนกว่า เมื่อใช้ความนูนสูงกว่าแทนการเพิ่มความกว้างของฐาน
โครงสร้างร่างกาย
ความกว้างของช่วงไหล่ ลักษณะกระดูกหน้าอก ระยะห่างระหว่างหน้าอกสองข้าง และความหนาของเนื้อเยื่อ ล้วนมีผลต่อขนาดที่ให้ผลเป็นธรรมชาติ ค่าเหล่านี้ต้องวัดจากร่างกายจริงในวันปรึกษา
ชั้นที่วางซิลิโคน
ปัจจัยนี้มีผลต่อความเป็นธรรมชาติของทรงไม่น้อยไปกว่าขนาด ผู้ที่มีเนื้อเยื่อบางมักต้องการชั้นที่ช่วยกลบขอบซิลิโคนมากกว่า ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
เกี่ยวกับการจำลองผลลัพธ์ — คลินิกไม่ได้ให้บริการจำลองผลด้วยระบบ 3D การอธิบายผลที่คาดหวังจะอ้างอิงจากค่าที่วัดได้จริงและข้อมูลทางคลินิก เพื่อไม่ให้เกิดความคาดหวังที่คลาดเคลื่อนจากภาพจำลอง
ชั้นที่วางซิลิโคน
ไม่มีชั้นใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกขึ้นอยู่กับความหนาของเนื้อเยื่อ ปริมาณเนื้อนมเดิม และการหย่อนคล้อยของหน้าอก
| ชั้นที่วาง | ลักษณะ | มักเหมาะกับ |
|---|---|---|
| Dual Plane (ดูอัลเพลน) |
ส่วนบนของซิลิโคนอยู่ใต้กล้ามเนื้อ ส่วนล่างอยู่ใต้เนื้อนม จึงกลบขอบด้านบนได้ดีขณะที่ส่วนล่างยังขยายทรงได้เป็นธรรมชาติ | ผู้ที่มีเนื้อเยื่อบางถึงปานกลาง หรือมีการหย่อนคล้อยเล็กน้อย เป็นเทคนิคที่ใช้บ่อยที่สุด |
| ใต้ชั้นพังผืด (Subfascial) |
วางซิลิโคนใต้แผ่นพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อ โดยไม่ตัดกล้ามเนื้อ ทำให้ทรงไม่ขยับตามการเกร็งกล้ามเนื้อ | ผู้ที่มีเนื้อเยื่อหนาพอสมควร หรือผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อช่วงบนมากเป็นประจำ |
| ใต้กล้ามเนื้อ (Subpectoral) |
วางซิลิโคนไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกทั้งหมด ช่วยกลบขอบซิลิโคนได้มากที่สุด แต่หน้าอกอาจขยับเมื่อเกร็งกล้ามเนื้อ | ผู้ที่มีเนื้อเยื่อบางมากและต้องการกลบขอบซิลิโคนเป็นหลัก |
| ใต้เนื้อนม (Subglandular) |
วางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ ไม่รบกวนกล้ามเนื้อเลย ทรงคงที่ แต่ต้องการเนื้อเยื่อเดิมที่หนาพอจะกลบขอบ | ผู้ที่มีเนื้อนมเดิมหนาเพียงพอ |
การเลือกชั้นวางสรุปได้หลังการตรวจร่างกายจริงเท่านั้น เนื่องจากต้องอาศัยการวัดความหนาของเนื้อเยื่อ
ระยะพักฟื้นโดยประมาณ
ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามลักษณะการผ่าตัดและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักเกิดขึ้น |
|---|---|
| 3–7 วัน | อาการบวมและตึงมากที่สุดในช่วงนี้ ตัดไหมและติดตามอาการก่อนเดินทางกลับ |
| 2 สัปดาห์ | ส่วนใหญ่กลับไปทำงานที่ไม่ใช้แรงและใช้ชีวิตประจำวันแบบเบาได้ |
| 3–4 สัปดาห์ | อาการบวมลดลงชัดเจน เริ่มเห็นทรงที่ใกล้เคียงผลลัพธ์มากขึ้น |
| 2–3 เดือน | ซิลิโคนเข้าที่มากขึ้น หน้าอกนุ่มลง กลับไปออกกำลังกายได้ตามคำแนะนำแพทย์ |
| 6 เดือน | ทรงเข้าที่ใกล้เคียงผลลัพธ์สุดท้าย แผลเป็นเริ่มจางลง |
ความเสี่ยงและข้อควรพิจารณา
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง ข้อมูลนี้ควรอ่านก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่หลังตัดสินใจแล้ว
พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว
ร่างกายสร้างเยื่อพังผืดหุ้มรอบซิลิโคนตามธรรมชาติ ในบางรายพังผืดอาจหนาและรัดตัวจนหน้าอกแข็งหรือผิดรูป กรณีที่มีอาการมากอาจต้องผ่าตัดแก้ไข
ซิลิโคนรั่วหรือแตก
อาจเกิดขึ้นได้ตามระยะเวลาหรือจากแรงกระแทก บางกรณีไม่มีอาการชัดเจน จึงแนะนำให้ตรวจติดตามเป็นระยะตามคำแนะนำแพทย์
ทรงไม่เท่ากันสองข้าง
หน้าอกสองข้างของคนส่วนใหญ่ไม่เท่ากันอยู่แล้วก่อนผ่าตัด การผ่าตัดช่วยลดความต่างได้แต่ไม่สามารถทำให้เท่ากันทุกประการ
คำถามที่พบบ่อย
เสริมหน้าอกพักฟื้นกี่วัน
ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันแบบเบาได้ภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ การออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อช่วงบนมักต้องงดต่อไปอีกหลายสัปดาห์ ส่วนการที่ซิลิโคนเข้าที่และหน้าอกนุ่มลงตามธรรมชาติอาจใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือน ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
วางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อกับเหนือกล้ามเนื้อ ต่างกันอย่างไร
การวางใต้กล้ามเนื้อช่วยให้ขอบซิลิโคนถูกกลบได้ดีกว่าในผู้ที่มีเนื้อเยื่อบาง แต่หน้าอกอาจขยับตามการเกร็งกล้ามเนื้อ ส่วนการวางเหนือกล้ามเนื้อรบกวนกล้ามเนื้อน้อยกว่าและให้ทรงเป็นธรรมชาติในผู้ที่มีเนื้อเยื่อหนาพอ ปัจจุบันนิยมใช้เทคนิค Dual Plane ซึ่งผสมข้อดีของทั้งสองแบบ การเลือกขึ้นอยู่กับความหนาของเนื้อเยื่อและโครงสร้างหน้าอก
ซิลิโคนเสริมหน้าอกอยู่ได้กี่ปี
ซิลิโคนเสริมหน้าอกไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานตายตัว และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามกำหนดเวลาหากไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามซิลิโคนไม่ใช่อุปกรณ์ที่อยู่ได้ตลอดชีวิต อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นพังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัวหรือซิลิโคนรั่วได้ จึงแนะนำให้ตรวจติดตามเป็นระยะตามคำแนะนำแพทย์
เสริมหน้าอกใช้ยาสลบหรือยาชา
การผ่าตัดเสริมหน้าอกที่คลินิกใช้การดมยาสลบ ผู้เข้ารับบริการทุกรายจึงต้องได้รับการตรวจร่างกายและตรวจเลือดก่อนผ่าตัด และต้องงดน้ำงดอาหารตามคำแนะนำก่อนเข้าห้องผ่าตัด
แผลผ่าตัดอยู่ตรงไหนและเห็นชัดไหม
ตำแหน่งแผลที่ใช้บ่อยคือใต้ราวนมและรอบปานนม โดยเลือกตามโครงสร้างหน้าอก ขนาดซิลิโคน และชั้นที่วางซิลิโคน แผลจะค่อยจางลงตามเวลาแต่ไม่หายไปทั้งหมด ลักษณะแผลเป็นขึ้นอยู่กับผิวและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
หลังเสริมหน้าอกยังให้นมบุตรได้หรือไม่
โดยทั่วไปการเสริมหน้าอกไม่ได้ทำให้ไม่สามารถให้นมบุตรได้ แต่ตำแหน่งแผลและชั้นที่วางซิลิโคนอาจมีผลต่อท่อน้ำนมและความรู้สึกบริเวณหัวนมแตกต่างกัน หากมีแผนมีบุตรในอนาคต ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษาเพื่อวางแผนวิธีผ่าตัดให้เหมาะสม
ปรึกษาเรื่องเสริมหน้าอก
ขนาดและเทคนิคที่เหมาะสมสรุปได้หลังการวัดโครงสร้างหน้าอกจริง กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามข้อมูลหรือจองเวลาปรึกษา

