Breast Revision Surgery

แก้หน้าอกที่เกาหลี
ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

การแก้ไขไม่ได้เริ่มจากการเลือกซิลิโคนใหม่ แต่เริ่มจากการหาสาเหตุว่าทำไมครั้งก่อนถึงไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ

สรุปใน 30 วินาที

ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก (แก้หน้าอก) คือการผ่าตัดเพื่อแก้ผลที่ไม่พึงประสงค์จากการเสริมหน้าอกครั้งก่อน สาเหตุที่พบบ่อยคือ พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว ซิลิโคนรั่วหรือแตก ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน รอยพับซ้อนใต้ราวนม และความต้องการเปลี่ยนขนาดหรือถอดซิลิโคน วิธีแก้ไขต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น การเลาะพังผืด การเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคน การปรับขอบเขตโพรงที่วางซิลิโคน หรือการถอดซิลิโคนออก โดยทั่วไปการผ่าตัดแก้ไขซับซ้อนกว่าการผ่าตัดครั้งแรก จึงต้องประเมินสาเหตุอย่างละเอียดก่อนวางแผน และแนะนำให้วางแผนอยู่ในเกาหลีประมาณ 7–10 วัน


อาการแบบนี้ เกิดจากอะไร

อาการที่เห็นจากภายนอกเหมือนกันอาจมาจากคนละสาเหตุ ตารางนี้ช่วยให้เข้าใจว่าควรตรวจอะไรก่อน แต่ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้

อาการที่สังเกตได้สาเหตุที่เป็นไปได้แนวทางที่มักพิจารณา
หน้าอกแข็งขึ้น ทรงกลมผิดธรรมชาติ ซิลิโคนถูกดันสูงขึ้น พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว (Baker grade 3–4) เลาะพังผืดออก ร่วมกับพิจารณาเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคนเพื่อลดโอกาสเกิดซ้ำ
รูปทรงเปลี่ยนไปเอง ขนาดสองข้างต่างกันมากขึ้น คลำได้ก้อน ซิลิโคนรั่วหรือแตก ตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI ยืนยัน แล้วนำซิลิโคนเดิมออกพร้อมทำความสะอาดโพรง
ร่องอกกว้างผิดปกติ ซิลิโคนเลื่อนออกด้านข้างเวลานอน โพรงที่วางซิลิโคนกว้างเกินด้านข้าง เย็บกระชับขอบเขตโพรงด้านที่กว้างเกิน
ซิลิโคนหล่นต่ำกว่าเส้นราวนม หัวนมดูชี้ขึ้น ขอบล่างของโพรงถูกเปิดต่ำเกินไป (bottoming out) เย็บยกขอบล่างของโพรงให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
เห็นรอยพับใต้ราวนมเป็นสองชั้น รอยพับซ้อน (double bubble) จากตำแหน่งเส้นราวนมไม่สอดคล้องกับซิลิโคน ปรับตำแหน่งเส้นราวนมและขอบเขตโพรงให้สอดคล้องกับขนาดซิลิโคน
ร่องกลางอกหายไป หน้าอกสองข้างดูติดกัน โพรงสองข้างถูกเปิดเข้าหากันมากเกินไป สร้างขอบเขตด้านในขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง
เห็นริ้วคลื่นหรือขอบซิลิโคนผ่านผิวหนัง เนื้อเยื่อที่คลุมซิลิโคนบางเกินไป (rippling) พิจารณาย้ายซิลิโคนไปชั้นที่มีเนื้อเยื่อคลุมมากขึ้น หรือปรับขนาดและความนูน
แดง ร้อน บวมผิดปกติ มีไข้ มีน้ำเหลืองซึม สงสัยการติดเชื้อ ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอ เพราะอาจต้องรักษาเร่งด่วน

ระดับพังผืดหุ้มซิลิโคน (Baker grade)

แพทย์ใช้ Baker grade เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินความรุนแรงของภาวะพังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว ระดับนี้เป็นตัวกำหนดว่าควรติดตามอาการต่อ หรือควรพิจารณาผ่าตัดแก้ไข

ระดับลักษณะแนวทางทั่วไป
Grade 1หน้าอกนุ่มเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่ามีซิลิโคนปกติ ไม่ต้องรักษา
Grade 2แข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อคลำ แต่รูปทรงยังปกติติดตามอาการ ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
Grade 3แข็งชัดเจน และเริ่มเห็นรูปทรงผิดปกติมักพิจารณาผ่าตัดแก้ไข
Grade 4แข็งมาก รูปทรงผิดรูป และมีอาการเจ็บมักแนะนำผ่าตัดแก้ไข

การจัดระดับต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยแพทย์ ไม่สามารถประเมินจากภาพถ่ายหรือความรู้สึกของตนเองได้อย่างแม่นยำ


สาเหตุที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข

กรณีที่ 01

พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว

หน้าอกแข็งขึ้น รูปทรงกลมผิดธรรมชาติ ตำแหน่งซิลิโคนถูกดันสูงขึ้น หรือมีอาการเจ็บ แนวทางแก้ไขขึ้นอยู่กับความรุนแรง อาจเป็นการเลาะพังผืดออก ร่วมกับการเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคนเพื่อลดโอกาสเกิดซ้ำ

กรณีที่ 02

ซิลิโคนรั่วหรือแตก

บางรายไม่มีอาการชัดเจนและตรวจพบจากอัลตราซาวด์หรือ MRI บางรายมีรูปทรงเปลี่ยน บวม หรือเจ็บ แนวทางคือนำซิลิโคนเดิมออกพร้อมทำความสะอาดโพรง และพิจารณาใส่ซิลิโคนใหม่ตามสภาพเนื้อเยื่อ

กรณีที่ 03

ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง

ซิลิโคนเลื่อนสูงเกินไป ต่ำเกินไป หรือเคลื่อนออกด้านข้างจนเห็นร่องกลางกว้างผิดปกติ การแก้ไขมักต้องปรับขอบเขตของโพรงที่วางซิลิโคน โดยเย็บกระชับด้านที่กว้างเกินและเปิดด้านที่ตึงเกิน

กรณีที่ 04

รอยพับซ้อน (Double Bubble)

เกิดรอยพับใต้ราวนมเป็นสองชั้น เพราะซิลิโคนอยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าเส้นราวนมเดิม การแก้ไขต้องปรับตำแหน่งเส้นราวนมและขอบเขตโพรงให้สอดคล้องกับขนาดซิลิโคน

กรณีที่ 05

สองข้างไม่เท่ากัน

อาจมาจากความต่างของหน้าอกเดิมที่มีอยู่ก่อนผ่าตัด หรือจากความต่างของโพรงที่วางซิลิโคน การแก้ไขต้องแยกให้ชัดว่าเป็นความต่างของเนื้อเยื่อเดิมหรือของตำแหน่งซิลิโคน

กรณีที่ 06

เปลี่ยนขนาดหรือถอดซิลิโคน

การเปลี่ยนขนาดต้องพิจารณาว่าเนื้อเยื่อเดิมรองรับได้แค่ไหน ส่วนการถอดซิลิโคนโดยไม่ใส่ใหม่ ควรเข้าใจล่วงหน้าว่ารูปทรงหลังถอด ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของผิวหนังและปริมาณเนื้อนมที่เหลืออยู่


เคยผ่าตัดที่ไทยแล้วอยากมาแก้ที่เกาหลี

การแก้ไขข้ามประเทศมีข้อจำกัดที่ควรทราบล่วงหน้า เพื่อให้วางแผนได้จริงและไม่เสียเที่ยว

01

เวชระเบียนไม่ส่งต่อกันอัตโนมัติ

คลินิกไม่สามารถเข้าถึงประวัติการผ่าตัดจากสถานพยาบาลอื่นได้ ควรขอสำเนาข้อมูลซิลิโคนและรายละเอียดการผ่าตัดจากที่เดิมมาด้วย หากไม่มี แพทย์อาจต้องตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์เพิ่มเติม

02

ส่งข้อมูลล่วงหน้าก่อนบินมา

แนะนำให้ส่งข้อมูลและภาพถ่ายผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินเบื้องต้นว่ากรณีของท่านแก้ไขได้หรือไม่ และควรเว้นระยะอีกนานเท่าใด ก่อนจองตั๋วเครื่องบิน

03

เผื่อเวลาให้มากกว่าเคสทั่วไป

เคสแก้ไขมีโอกาสต้องตรวจเพิ่มหรือปรับแผนหน้างานมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก จึงควรเผื่อเวลาอยู่เกาหลีมากกว่าที่วางไว้ และไม่ควรจองตั๋วขากลับแบบเปลี่ยนไม่ได้

เกี่ยวกับภาษา — ปัจจุบันคลินิกยังไม่มีล่ามภาษาไทยประจำ การให้คำปรึกษาทำได้เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี และจีน ผู้ที่ต้องการปรึกษาเป็นภาษาไทยสามารถติดต่อผ่านเอเจนซี่ที่มีล่ามไทย หรือเดินทางมาพร้อมล่ามส่วนตัวได้ เนื่องจากเคสแก้ไขต้องสื่อสารรายละเอียดทางการแพทย์ค่อนข้างมาก การเตรียมล่ามไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้การปรึกษาแม่นยำขึ้น

เตรียมข้อมูลอะไรมาบ้างก่อนปรึกษา

ยิ่งมีข้อมูลการผ่าตัดครั้งก่อนครบ ยิ่งวางแผนแก้ไขได้แม่นยำ หากไม่มีเอกสารก็ยังปรึกษาได้ แต่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม

ข้อมูลเหตุผลที่จำเป็น
ยี่ห้อและขนาดซิลิโคนเดิมใช้ประเมินว่าเนื้อเยื่อรองรับปริมาตรเท่าใดมาก่อน และเลือกขนาดใหม่ได้เหมาะสม
ชั้นที่วางซิลิโคนเดิมเป็นตัวกำหนดว่าจะแก้ไขในชั้นเดิมหรือย้ายชั้น ซึ่งมีผลต่อโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ
ตำแหน่งแผลผ่าตัดเดิมใช้พิจารณาว่าจะใช้แผลเดิมได้หรือไม่ เพื่อไม่เพิ่มแผลใหม่โดยไม่จำเป็น
วันที่ผ่าตัดและจำนวนครั้งจำนวนครั้งที่เคยผ่าตัดมีผลต่อความหนาของเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่
ผลอัลตราซาวด์หรือ MRI (ถ้ามี)ใช้ยืนยันภาวะซิลิโคนรั่วและความหนาของพังผืดก่อนวางแผน
ภาพถ่ายก่อนผ่าตัดครั้งแรก (ถ้ามี)ช่วยแยกว่าความไม่เท่ากันเป็นของเดิมหรือเกิดหลังผ่าตัด

ควรผ่าตัดแก้ไขเมื่อไหร่

กรณีที่รอได้

หากปัญหาคือรูปทรงหรือขนาดที่ไม่พอใจ โดยไม่มีอาการเจ็บหรือการอักเสบ แพทย์มักแนะนำให้รอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวจากการผ่าตัดครั้งก่อน อย่างน้อยประมาณ 6 เดือน เพราะทรงหน้าอกยังเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงนี้ และการประเมินเนื้อเยื่อจะแม่นยำกว่า

กรณีที่ไม่ควรรอ

หากมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น แดง ร้อน บวมผิดปกติ มีไข้ หรือสงสัยว่าซิลิโคนรั่ว หรือมีอาการเจ็บที่แย่ลงเรื่อยๆ ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอให้ครบกำหนดเวลาใดๆ

ระยะเวลาที่เหมาะสมต้องประเมินเป็นรายบุคคล ข้อมูลข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้ ทุกการผ่าตัดมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่เป็นไปได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องแก้หน้าอก

พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัวคืออะไร

หลังใส่ซิลิโคน ร่างกายจะสร้างเยื่อพังผืดบางๆ หุ้มรอบซิลิโคนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางรายพังผืดนี้หนาตัวและหดรัดจนทำให้หน้าอกแข็ง เจ็บ หรือผิดรูป เรียกว่าภาวะพังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว หรือ capsular contracture ระดับความรุนแรงแบ่งตาม Baker grade ตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 4 โดยระดับ 3 ถึง 4 ที่มีรูปทรงผิดปกติหรือมีอาการเจ็บ มักพิจารณาผ่าตัดแก้ไข

หน้าอกแข็งหลังเสริม ต้องผ่าตัดแก้ไขทุกกรณีหรือไม่

ไม่จำเป็นทุกกรณี หน้าอกที่แข็งขึ้นเล็กน้อยโดยรูปทรงยังปกติและไม่มีอาการเจ็บ มักจัดอยู่ใน Baker grade 2 ซึ่งสามารถติดตามอาการได้โดยยังไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดแก้ไขมักพิจารณาเมื่อรูปทรงเริ่มผิดปกติ ซิลิโคนถูกดันสูงขึ้น หรือมีอาการเจ็บที่รบกวนการใช้ชีวิต ควรให้แพทย์ตรวจประเมินระดับก่อนตัดสินใจ

ควรเว้นระยะนานแค่ไหนก่อนผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

โดยทั่วไปหากไม่ใช่กรณีเร่งด่วน แพทย์มักแนะนำให้รอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวจากการผ่าตัดครั้งก่อนอย่างน้อยประมาณ 6 เดือน เพื่อให้ประเมินสภาพเนื้อเยื่อได้แม่นยำ แต่หากมีการติดเชื้อ ซิลิโคนรั่ว หรืออาการที่ต้องรีบแก้ไข อาจต้องผ่าตัดเร็วกว่านั้น ระยะเวลาที่เหมาะสมต้องประเมินเป็นรายบุคคล

ต้องมีข้อมูลอะไรบ้างก่อนมาปรึกษาแก้หน้าอก

ข้อมูลที่ช่วยให้วางแผนได้แม่นยำขึ้น ได้แก่ ยี่ห้อและขนาดของซิลิโคนที่ใช้อยู่ ชั้นที่วางซิลิโคน ตำแหน่งแผลผ่าตัดเดิม วันที่ผ่าตัดครั้งก่อน จำนวนครั้งที่เคยผ่าตัด และผลตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI หากมี หากไม่มีเอกสารเหล่านี้ก็ยังปรึกษาได้ แต่แพทย์อาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินสภาพปัจจุบัน

ผ่าตัดแก้ไขหน้าอกยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรกหรือไม่

โดยทั่วไปการผ่าตัดแก้ไขซับซ้อนกว่าการผ่าตัดครั้งแรก เพราะต้องจัดการกับพังผืดเดิม แผลเป็นภายใน โพรงที่วางซิลิโคนเดิม และเนื้อเยื่อที่อาจบางลงจากการผ่าตัดก่อนหน้า การวางแผนจึงต้องอาศัยการประเมินสาเหตุของปัญหาอย่างละเอียดก่อนกำหนดวิธีแก้ไข

เคยผ่าตัดที่ประเทศไทยมา จะมาแก้ไขที่เกาหลีได้หรือไม่

สามารถเข้ารับการปรึกษาได้ โดยแนะนำให้เตรียมข้อมูลการผ่าตัดครั้งก่อนมาให้มากที่สุด เช่น ยี่ห้อและขนาดซิลิโคน ชั้นที่วางซิลิโคน และวันที่ผ่าตัด เนื่องจากคลินิกไม่สามารถเข้าถึงเวชระเบียนจากสถานพยาบาลอื่นได้โดยตรง หากไม่มีข้อมูลดังกล่าว แพทย์อาจต้องตรวจอัลตราซาวด์หรือตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินสภาพปัจจุบัน

แก้หน้าอกต้องอยู่เกาหลีนานแค่ไหน

โดยทั่วไปแนะนำให้วางแผนอยู่ในเกาหลีประมาณ 7 ถึง 10 วัน เพื่อเข้ารับการปรึกษา ตรวจประเมิน ผ่าตัด และติดตามอาการรวมถึงตัดไหมก่อนเดินทางกลับ กรณีที่ซับซ้อน เช่น มีการติดเชื้อเดิมหรือเนื้อเยื่อบางมาก อาจต้องอยู่นานกว่านั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการเดินทางล่วงหน้า

ถอดซิลิโคนออกโดยไม่ใส่ใหม่ หน้าอกจะเป็นอย่างไร

รูปทรงหลังถอดซิลิโคนขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของผิวหนัง ปริมาณเนื้อนมที่เหลืออยู่ ขนาดซิลิโคนเดิม และระยะเวลาที่ใส่มา ผู้ที่ใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่มานานมักมีผิวหนังที่ยืดออกแล้ว จึงอาจมีการหย่อนคล้อยหลังถอด บางรายอาจพิจารณาทำการยกกระชับร่วมด้วยในการผ่าตัดครั้งเดียว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ

ซิลิโคนรั่วจะรู้ได้อย่างไร

ซิลิโคนเนื้อเจลคงรูปที่รั่วอาจไม่แสดงอาการชัดเจน และหลายรายตรวจพบจากอัลตราซาวด์หรือ MRI สัญญาณที่ควรพบแพทย์ ได้แก่ รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไปโดยไม่มีสาเหตุ ขนาดสองข้างต่างกันมากขึ้น มีก้อนหรืออาการบวม เจ็บ หรือคลำได้ผิดปกติ การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ ไม่สามารถสรุปจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว

แก้หน้าอกแล้วจะเกิดพังผืดรัดซ้ำอีกไหม

ผู้ที่เคยมีภาวะพังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัวมาก่อน มีความเสี่ยงที่จะเกิดซ้ำสูงกว่าผู้ที่ไม่เคยเป็น จึงมักพิจารณาแนวทางที่ลดโอกาสเกิดซ้ำร่วมด้วย เช่น การเลาะพังผืดเดิมออก การเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคน การควบคุมการมีเลือดออกระหว่างผ่าตัด และการลดการปนเปื้อนในโพรงที่วางซิลิโคน อย่างไรก็ตามไม่มีวิธีใดที่รับประกันว่าจะไม่เกิดซ้ำ

ผ่าตัดแก้ไขหน้าอกใช้ยาสลบหรือยาชา

การผ่าตัดแก้ไขหน้าอกที่คลินิกใช้การดมยาสลบ ผู้เข้ารับบริการทุกรายจึงต้องได้รับการตรวจร่างกายและตรวจเลือดก่อนผ่าตัด และต้องงดน้ำงดอาหารตามคำแนะนำก่อนเข้าห้องผ่าตัด

ปรึกษาเรื่องแก้ไขหน้าอก

หากมีข้อมูลการผ่าตัดครั้งก่อน กรุณาแนบมาพร้อมแบบฟอร์ม จะช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้นก่อนเดินทางมา