แก้หน้าอกที่เกาหลี
ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก
การแก้ไขไม่ได้เริ่มจากการเลือกซิลิโคนใหม่ แต่เริ่มจากการหาสาเหตุว่าทำไมครั้งก่อนถึงไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ
ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก (แก้หน้าอก) คือการผ่าตัดเพื่อแก้ผลที่ไม่พึงประสงค์จากการเสริมหน้าอกครั้งก่อน สาเหตุที่พบบ่อยคือ พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว ซิลิโคนรั่วหรือแตก ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน รอยพับซ้อนใต้ราวนม และความต้องการเปลี่ยนขนาดหรือถอดซิลิโคน วิธีแก้ไขต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น การเลาะพังผืด การเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคน การปรับขอบเขตโพรงที่วางซิลิโคน หรือการถอดซิลิโคนออก โดยทั่วไปการผ่าตัดแก้ไขซับซ้อนกว่าการผ่าตัดครั้งแรก จึงต้องประเมินสาเหตุอย่างละเอียดก่อนวางแผน และแนะนำให้วางแผนอยู่ในเกาหลีประมาณ 7–10 วัน
อาการแบบนี้ เกิดจากอะไร
อาการที่เห็นจากภายนอกเหมือนกันอาจมาจากคนละสาเหตุ ตารางนี้ช่วยให้เข้าใจว่าควรตรวจอะไรก่อน แต่ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้
| อาการที่สังเกตได้ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | แนวทางที่มักพิจารณา |
|---|---|---|
| หน้าอกแข็งขึ้น ทรงกลมผิดธรรมชาติ ซิลิโคนถูกดันสูงขึ้น | พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว (Baker grade 3–4) | เลาะพังผืดออก ร่วมกับพิจารณาเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคนเพื่อลดโอกาสเกิดซ้ำ |
| รูปทรงเปลี่ยนไปเอง ขนาดสองข้างต่างกันมากขึ้น คลำได้ก้อน | ซิลิโคนรั่วหรือแตก | ตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI ยืนยัน แล้วนำซิลิโคนเดิมออกพร้อมทำความสะอาดโพรง |
| ร่องอกกว้างผิดปกติ ซิลิโคนเลื่อนออกด้านข้างเวลานอน | โพรงที่วางซิลิโคนกว้างเกินด้านข้าง | เย็บกระชับขอบเขตโพรงด้านที่กว้างเกิน |
| ซิลิโคนหล่นต่ำกว่าเส้นราวนม หัวนมดูชี้ขึ้น | ขอบล่างของโพรงถูกเปิดต่ำเกินไป (bottoming out) | เย็บยกขอบล่างของโพรงให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม |
| เห็นรอยพับใต้ราวนมเป็นสองชั้น | รอยพับซ้อน (double bubble) จากตำแหน่งเส้นราวนมไม่สอดคล้องกับซิลิโคน | ปรับตำแหน่งเส้นราวนมและขอบเขตโพรงให้สอดคล้องกับขนาดซิลิโคน |
| ร่องกลางอกหายไป หน้าอกสองข้างดูติดกัน | โพรงสองข้างถูกเปิดเข้าหากันมากเกินไป | สร้างขอบเขตด้านในขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง |
| เห็นริ้วคลื่นหรือขอบซิลิโคนผ่านผิวหนัง | เนื้อเยื่อที่คลุมซิลิโคนบางเกินไป (rippling) | พิจารณาย้ายซิลิโคนไปชั้นที่มีเนื้อเยื่อคลุมมากขึ้น หรือปรับขนาดและความนูน |
| แดง ร้อน บวมผิดปกติ มีไข้ มีน้ำเหลืองซึม | สงสัยการติดเชื้อ | ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอ เพราะอาจต้องรักษาเร่งด่วน |
ระดับพังผืดหุ้มซิลิโคน (Baker grade)
แพทย์ใช้ Baker grade เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินความรุนแรงของภาวะพังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว ระดับนี้เป็นตัวกำหนดว่าควรติดตามอาการต่อ หรือควรพิจารณาผ่าตัดแก้ไข
| ระดับ | ลักษณะ | แนวทางทั่วไป |
|---|---|---|
| Grade 1 | หน้าอกนุ่มเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่ามีซิลิโคน | ปกติ ไม่ต้องรักษา |
| Grade 2 | แข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อคลำ แต่รูปทรงยังปกติ | ติดตามอาการ ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด |
| Grade 3 | แข็งชัดเจน และเริ่มเห็นรูปทรงผิดปกติ | มักพิจารณาผ่าตัดแก้ไข |
| Grade 4 | แข็งมาก รูปทรงผิดรูป และมีอาการเจ็บ | มักแนะนำผ่าตัดแก้ไข |
การจัดระดับต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยแพทย์ ไม่สามารถประเมินจากภาพถ่ายหรือความรู้สึกของตนเองได้อย่างแม่นยำ
สาเหตุที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข
พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว
หน้าอกแข็งขึ้น รูปทรงกลมผิดธรรมชาติ ตำแหน่งซิลิโคนถูกดันสูงขึ้น หรือมีอาการเจ็บ แนวทางแก้ไขขึ้นอยู่กับความรุนแรง อาจเป็นการเลาะพังผืดออก ร่วมกับการเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคนเพื่อลดโอกาสเกิดซ้ำ
ซิลิโคนรั่วหรือแตก
บางรายไม่มีอาการชัดเจนและตรวจพบจากอัลตราซาวด์หรือ MRI บางรายมีรูปทรงเปลี่ยน บวม หรือเจ็บ แนวทางคือนำซิลิโคนเดิมออกพร้อมทำความสะอาดโพรง และพิจารณาใส่ซิลิโคนใหม่ตามสภาพเนื้อเยื่อ
ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง
ซิลิโคนเลื่อนสูงเกินไป ต่ำเกินไป หรือเคลื่อนออกด้านข้างจนเห็นร่องกลางกว้างผิดปกติ การแก้ไขมักต้องปรับขอบเขตของโพรงที่วางซิลิโคน โดยเย็บกระชับด้านที่กว้างเกินและเปิดด้านที่ตึงเกิน
รอยพับซ้อน (Double Bubble)
เกิดรอยพับใต้ราวนมเป็นสองชั้น เพราะซิลิโคนอยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าเส้นราวนมเดิม การแก้ไขต้องปรับตำแหน่งเส้นราวนมและขอบเขตโพรงให้สอดคล้องกับขนาดซิลิโคน
สองข้างไม่เท่ากัน
อาจมาจากความต่างของหน้าอกเดิมที่มีอยู่ก่อนผ่าตัด หรือจากความต่างของโพรงที่วางซิลิโคน การแก้ไขต้องแยกให้ชัดว่าเป็นความต่างของเนื้อเยื่อเดิมหรือของตำแหน่งซิลิโคน
เปลี่ยนขนาดหรือถอดซิลิโคน
การเปลี่ยนขนาดต้องพิจารณาว่าเนื้อเยื่อเดิมรองรับได้แค่ไหน ส่วนการถอดซิลิโคนโดยไม่ใส่ใหม่ ควรเข้าใจล่วงหน้าว่ารูปทรงหลังถอด ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของผิวหนังและปริมาณเนื้อนมที่เหลืออยู่
เคยผ่าตัดที่ไทยแล้วอยากมาแก้ที่เกาหลี
การแก้ไขข้ามประเทศมีข้อจำกัดที่ควรทราบล่วงหน้า เพื่อให้วางแผนได้จริงและไม่เสียเที่ยว
เวชระเบียนไม่ส่งต่อกันอัตโนมัติ
คลินิกไม่สามารถเข้าถึงประวัติการผ่าตัดจากสถานพยาบาลอื่นได้ ควรขอสำเนาข้อมูลซิลิโคนและรายละเอียดการผ่าตัดจากที่เดิมมาด้วย หากไม่มี แพทย์อาจต้องตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์เพิ่มเติม
ส่งข้อมูลล่วงหน้าก่อนบินมา
แนะนำให้ส่งข้อมูลและภาพถ่ายผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินเบื้องต้นว่ากรณีของท่านแก้ไขได้หรือไม่ และควรเว้นระยะอีกนานเท่าใด ก่อนจองตั๋วเครื่องบิน
เผื่อเวลาให้มากกว่าเคสทั่วไป
เคสแก้ไขมีโอกาสต้องตรวจเพิ่มหรือปรับแผนหน้างานมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก จึงควรเผื่อเวลาอยู่เกาหลีมากกว่าที่วางไว้ และไม่ควรจองตั๋วขากลับแบบเปลี่ยนไม่ได้
เตรียมข้อมูลอะไรมาบ้างก่อนปรึกษา
ยิ่งมีข้อมูลการผ่าตัดครั้งก่อนครบ ยิ่งวางแผนแก้ไขได้แม่นยำ หากไม่มีเอกสารก็ยังปรึกษาได้ แต่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม
| ข้อมูล | เหตุผลที่จำเป็น |
|---|---|
| ยี่ห้อและขนาดซิลิโคนเดิม | ใช้ประเมินว่าเนื้อเยื่อรองรับปริมาตรเท่าใดมาก่อน และเลือกขนาดใหม่ได้เหมาะสม |
| ชั้นที่วางซิลิโคนเดิม | เป็นตัวกำหนดว่าจะแก้ไขในชั้นเดิมหรือย้ายชั้น ซึ่งมีผลต่อโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ |
| ตำแหน่งแผลผ่าตัดเดิม | ใช้พิจารณาว่าจะใช้แผลเดิมได้หรือไม่ เพื่อไม่เพิ่มแผลใหม่โดยไม่จำเป็น |
| วันที่ผ่าตัดและจำนวนครั้ง | จำนวนครั้งที่เคยผ่าตัดมีผลต่อความหนาของเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่ |
| ผลอัลตราซาวด์หรือ MRI (ถ้ามี) | ใช้ยืนยันภาวะซิลิโคนรั่วและความหนาของพังผืดก่อนวางแผน |
| ภาพถ่ายก่อนผ่าตัดครั้งแรก (ถ้ามี) | ช่วยแยกว่าความไม่เท่ากันเป็นของเดิมหรือเกิดหลังผ่าตัด |
ควรผ่าตัดแก้ไขเมื่อไหร่
กรณีที่รอได้
หากปัญหาคือรูปทรงหรือขนาดที่ไม่พอใจ โดยไม่มีอาการเจ็บหรือการอักเสบ แพทย์มักแนะนำให้รอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวจากการผ่าตัดครั้งก่อน อย่างน้อยประมาณ 6 เดือน เพราะทรงหน้าอกยังเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงนี้ และการประเมินเนื้อเยื่อจะแม่นยำกว่า
กรณีที่ไม่ควรรอ
หากมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น แดง ร้อน บวมผิดปกติ มีไข้ หรือสงสัยว่าซิลิโคนรั่ว หรือมีอาการเจ็บที่แย่ลงเรื่อยๆ ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอให้ครบกำหนดเวลาใดๆ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องแก้หน้าอก
พังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัวคืออะไร
หลังใส่ซิลิโคน ร่างกายจะสร้างเยื่อพังผืดบางๆ หุ้มรอบซิลิโคนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางรายพังผืดนี้หนาตัวและหดรัดจนทำให้หน้าอกแข็ง เจ็บ หรือผิดรูป เรียกว่าภาวะพังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัว หรือ capsular contracture ระดับความรุนแรงแบ่งตาม Baker grade ตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 4 โดยระดับ 3 ถึง 4 ที่มีรูปทรงผิดปกติหรือมีอาการเจ็บ มักพิจารณาผ่าตัดแก้ไข
หน้าอกแข็งหลังเสริม ต้องผ่าตัดแก้ไขทุกกรณีหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกกรณี หน้าอกที่แข็งขึ้นเล็กน้อยโดยรูปทรงยังปกติและไม่มีอาการเจ็บ มักจัดอยู่ใน Baker grade 2 ซึ่งสามารถติดตามอาการได้โดยยังไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดแก้ไขมักพิจารณาเมื่อรูปทรงเริ่มผิดปกติ ซิลิโคนถูกดันสูงขึ้น หรือมีอาการเจ็บที่รบกวนการใช้ชีวิต ควรให้แพทย์ตรวจประเมินระดับก่อนตัดสินใจ
ควรเว้นระยะนานแค่ไหนก่อนผ่าตัดแก้ไขหน้าอก
โดยทั่วไปหากไม่ใช่กรณีเร่งด่วน แพทย์มักแนะนำให้รอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวจากการผ่าตัดครั้งก่อนอย่างน้อยประมาณ 6 เดือน เพื่อให้ประเมินสภาพเนื้อเยื่อได้แม่นยำ แต่หากมีการติดเชื้อ ซิลิโคนรั่ว หรืออาการที่ต้องรีบแก้ไข อาจต้องผ่าตัดเร็วกว่านั้น ระยะเวลาที่เหมาะสมต้องประเมินเป็นรายบุคคล
ต้องมีข้อมูลอะไรบ้างก่อนมาปรึกษาแก้หน้าอก
ข้อมูลที่ช่วยให้วางแผนได้แม่นยำขึ้น ได้แก่ ยี่ห้อและขนาดของซิลิโคนที่ใช้อยู่ ชั้นที่วางซิลิโคน ตำแหน่งแผลผ่าตัดเดิม วันที่ผ่าตัดครั้งก่อน จำนวนครั้งที่เคยผ่าตัด และผลตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI หากมี หากไม่มีเอกสารเหล่านี้ก็ยังปรึกษาได้ แต่แพทย์อาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินสภาพปัจจุบัน
ผ่าตัดแก้ไขหน้าอกยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรกหรือไม่
โดยทั่วไปการผ่าตัดแก้ไขซับซ้อนกว่าการผ่าตัดครั้งแรก เพราะต้องจัดการกับพังผืดเดิม แผลเป็นภายใน โพรงที่วางซิลิโคนเดิม และเนื้อเยื่อที่อาจบางลงจากการผ่าตัดก่อนหน้า การวางแผนจึงต้องอาศัยการประเมินสาเหตุของปัญหาอย่างละเอียดก่อนกำหนดวิธีแก้ไข
เคยผ่าตัดที่ประเทศไทยมา จะมาแก้ไขที่เกาหลีได้หรือไม่
สามารถเข้ารับการปรึกษาได้ โดยแนะนำให้เตรียมข้อมูลการผ่าตัดครั้งก่อนมาให้มากที่สุด เช่น ยี่ห้อและขนาดซิลิโคน ชั้นที่วางซิลิโคน และวันที่ผ่าตัด เนื่องจากคลินิกไม่สามารถเข้าถึงเวชระเบียนจากสถานพยาบาลอื่นได้โดยตรง หากไม่มีข้อมูลดังกล่าว แพทย์อาจต้องตรวจอัลตราซาวด์หรือตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินสภาพปัจจุบัน
แก้หน้าอกต้องอยู่เกาหลีนานแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้วางแผนอยู่ในเกาหลีประมาณ 7 ถึง 10 วัน เพื่อเข้ารับการปรึกษา ตรวจประเมิน ผ่าตัด และติดตามอาการรวมถึงตัดไหมก่อนเดินทางกลับ กรณีที่ซับซ้อน เช่น มีการติดเชื้อเดิมหรือเนื้อเยื่อบางมาก อาจต้องอยู่นานกว่านั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
ถอดซิลิโคนออกโดยไม่ใส่ใหม่ หน้าอกจะเป็นอย่างไร
รูปทรงหลังถอดซิลิโคนขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของผิวหนัง ปริมาณเนื้อนมที่เหลืออยู่ ขนาดซิลิโคนเดิม และระยะเวลาที่ใส่มา ผู้ที่ใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่มานานมักมีผิวหนังที่ยืดออกแล้ว จึงอาจมีการหย่อนคล้อยหลังถอด บางรายอาจพิจารณาทำการยกกระชับร่วมด้วยในการผ่าตัดครั้งเดียว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ
ซิลิโคนรั่วจะรู้ได้อย่างไร
ซิลิโคนเนื้อเจลคงรูปที่รั่วอาจไม่แสดงอาการชัดเจน และหลายรายตรวจพบจากอัลตราซาวด์หรือ MRI สัญญาณที่ควรพบแพทย์ ได้แก่ รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไปโดยไม่มีสาเหตุ ขนาดสองข้างต่างกันมากขึ้น มีก้อนหรืออาการบวม เจ็บ หรือคลำได้ผิดปกติ การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ ไม่สามารถสรุปจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว
แก้หน้าอกแล้วจะเกิดพังผืดรัดซ้ำอีกไหม
ผู้ที่เคยมีภาวะพังผืดหุ้มซิลิโคนรัดตัวมาก่อน มีความเสี่ยงที่จะเกิดซ้ำสูงกว่าผู้ที่ไม่เคยเป็น จึงมักพิจารณาแนวทางที่ลดโอกาสเกิดซ้ำร่วมด้วย เช่น การเลาะพังผืดเดิมออก การเปลี่ยนชั้นที่วางซิลิโคน การควบคุมการมีเลือดออกระหว่างผ่าตัด และการลดการปนเปื้อนในโพรงที่วางซิลิโคน อย่างไรก็ตามไม่มีวิธีใดที่รับประกันว่าจะไม่เกิดซ้ำ
ผ่าตัดแก้ไขหน้าอกใช้ยาสลบหรือยาชา
การผ่าตัดแก้ไขหน้าอกที่คลินิกใช้การดมยาสลบ ผู้เข้ารับบริการทุกรายจึงต้องได้รับการตรวจร่างกายและตรวจเลือดก่อนผ่าตัด และต้องงดน้ำงดอาหารตามคำแนะนำก่อนเข้าห้องผ่าตัด
ปรึกษาเรื่องแก้ไขหน้าอก
หากมีข้อมูลการผ่าตัดครั้งก่อน กรุณาแนบมาพร้อมแบบฟอร์ม จะช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้นก่อนเดินทางมา

